บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.๒๕๔๗ วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๑๐ ธ.ค. ๔๗  

 
“คณะกรรมการต่างๆที่จะเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายฉบับนี้หลักๆ มีอยู่ ๔ คณะกรรมการ ได้แก่ (๑) คณะกรรมการสภาวิชาชีพ (๒) คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี (๓) คณะกรรมการจรรยาบรรณ และ (๔) คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี”
 

 
เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวงการบัญชีฉบับใหม่ ได้แก่พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.๒๕๔๗ เริ่มมีผลบังคับใช้ และแน่นอนกฎหมายนี้จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในวงการนักบัญชี ครอบคลุมตั้งแต่ การทำบัญชี การสอบบัญชี การบัญชีบริหาร การวางระบบบัญชี การบัญชีภาษีอากร ผู้ให้บริการที่ปรึกษาทางบัญชี การพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านการบัญชี และผู้ที่ทำงานในแวดวงนักบัญชีอื่นๆทุกประเภท

จุดที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญนั้น ได้แก่ การกำหนดให้มี “สภาวิชาชีพบัญชี” ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงหน่วยงานที่กำกับดูแลนักบัญชีจากเดิมที่มี “สมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย” ซึ่งแม้จะเป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ในทางปฏิบัติอาจกล่าวได้ว่า ไม่สามารถเข้าไปกำกับดูแลนักบัญชีได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงมากนัก เนื่องจาก การเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยนั้นเป็นไปโดยความสมัครใจของนักบัญชีเอง อีกทั้งการกำกับดูแลผู้สอบบัญชีรับอนุญาตก็เป็นหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ที่มีชื่อว่า “คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ชื่อย่อ ก.บช.)” แยกออกไปต่างหาก

การก่อกำเนิดขึ้นของ “สภาวิชาชีพบัญชี” จึงเป็นเสมือนการรวบรวมนักบัญชีที่ประกอบวิชาชีพต่างๆให้เข้ามาอยู่ภายใต้ร่มเงาเดียวกัน เพื่อประโยชน์ทั้งในแง่การเป็นศูนย์กลางของนักบัญชีในการพัฒนาวิชาชีพ การพัฒนาความรู้และมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ การควบคุมนักบัญชีด้วยกันเอง และเพื่อให้เกิดการรวมตัวกันอย่างเป็นเอกภาพของนักบัญชี

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.๒๕๔๗ ส่งผลให้ยกเลิก “พระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ.๒๕๐๕” โดยให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเดิมเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายใหม่ และในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ กฎหมายยังระบุให้คณะกรรมการสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยทำหน้าที่คณะกรรมการสภาวิชาชีพ ไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งและแต่งตั้งคณะกรรมการสภาวิชาชีพตามขั้นตอนของกฎหมายใหม่นี้ต่อไป

ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้ใช้กฎหมายลูกตามพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ.๒๕๐๕ ไปก่อนจนกว่าจะมีกฎกระทรวง ข้อบังคับ หรือ ประกาศอื่นใด ตามกฎหมายฉบับนี้ในเรื่องเดียวกันมาใช้บังคับ

และในช่วงเปลี่ยนผ่าน ให้ใช้มาตรฐานการบัญชีเดิมมาใช้บังคับตามกฎหมายฉบับนี้ต่อไป

สภาวิชาชีพบัญชีเองจะมีสถานภาพเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชี (มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอยู่ ๑๔ ข้อ เช่น ส่งเสริมการศึกษา อบรม วิจัย และกำหนดจรรยาบรรณ รับขึ้นทะเบียน รับรองคุณสมบัติและความรู้ความชำนาญของนักบัญชี ควบคุมความประพฤติ ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำและบริการแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิชาชีพบัญชี ออกข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี เป็นต้น) สภาวิชาชีพบัญชีจะมีรายได้จาก ค่าบำรุงสมาชิก ค่าธรรมเนียม เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน และผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สิน หรือดอกผลจากรายได้ที่กล่าวมานั้น เป็นต้น

คณะกรรมการต่างๆที่จะเกิดขึ้นภายใต้กฎหมายฉบับนี้หลักๆ มีอยู่ ๔ คณะกรรมการ ได้แก่ (๑) คณะกรรมการสภาวิชาชีพ (๒) คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี (๓) คณะกรรมการจรรยาบรรณ และ (๔) คณะกรรมการกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี มีการกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการว่ามีใครบ้าง และมีที่มาอย่างไร มาจากการเลือกตั้ง หรือ จากการแต่งตั้ง หรือเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

กรรมการโดยตำแหน่งตามกฎหมายนี้จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมการประกันภัย กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคารแห่งประเทศไทย
สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นต้น แต่มีข้อสังเกตว่าไม่พบว่ามีการระบุให้คณบดีของมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการโดยตำแหน่งเหมือนในอดีต

สมาชิกของสภาวิชาชีพบัญชี ประกอบด้วย สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ สมาชิกสมทบ และสมาชิกกิตติมศักดิ์

ในอนาคต บริษัทที่เป็นสำนักงานบัญชี หรือ สำนักงานสอบบัญชี จะต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพ และต้องจัดให้มีหลักประกันเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลที่สาม ซึ่งน่าจะหมายถึงว่า สำนักงานบัญชี หรือ สำนักงานสอบบัญชี ต้องจัดสรรรายได้ส่วนหนึ่ง สมทบเข้าสภาวิชาชีพ ในลักษณะเดียวกับการสมทบเข้า “กองทุน” เพื่อประกันความรับผิดชอบในกรณีให้บริการ แล้วถูกฟ้องร้องหรือกล่าวหาว่าก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลที่สาม

ในอนาคต บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชี จะต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้มีอำนาจผูกพัน และนิติบุคคลนั้นต้องร่วมรับผิดชอบกับผู้สอบบัญชีในสังกัดของตนกรณีผู้สอบบัญชีนั้นต้องรับผิดชอบต่อบุคคลที่สามด้วย

ในอนาคต สัญญาว่าจ้างผู้สอบบัญชีจะไม่สามารถระบุข้อความที่กำหนดให้มีผลเป็นการจำกัด หรือ ปฏิเสธความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชี

ในอนาคต ผู้สอบบัญชีจะไม่สามารถแสดงข้อความในรายงาน ที่แสดงว่าตนไม่รับผิดชอบในผลการตรวจสอบ หรือ แสดงความไม่ชัดเจนในผลการตรวจสอบ เพราะได้ปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบถ้วนตามที่พึงคาดหวัง ได้อีกต่อไป


ในอนาคต ผู้ปฏิบัติไม่ว่าในหน่วยงานใด มีสิทธิในการแจ้งต่อสภาวิชาชีพบัญชี กรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีว่าจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ หรือ เป็นอุปสรรคต่อการประกอบกิจการ โดยคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชี ต้องดำเนินการตรวจสอบและรับฟังความคิดเห็น เพื่อปรับปรุง หรือ พัฒนามาตรฐานการบัญชีที่ได้รับแจ้งว่ามีปัญหาในการปฏิบัตินั้นโดยพลัน

ในอนาคต ผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชี ต้องเข้าผึกอบรม สัมมนา ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ที่กำหนดในข้อบังคับสภาวิชาชีพบัญชี

ในอนาคต จะมีการจัดทำ “จรรยาบรรณ” ของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี ออกมาใช้...ฯลฯ

มีรายละเอียดอีกมากมายที่จะเกิดขึ้นเมื่อกฎหมายลูก ทยอยกันออกมามีผลบังคับใช้ตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เฉพาะนักบัญชีเองต้องติดตาม และวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงกันอย่างใกล้ชิดเท่านั้น ผู้ประกอบธุรกิจเองก็จะได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าวทั้งทางตรง และทางอ้อม ด้วยเช่นเดียวกัน

หมายเหตุ
ผู้อ่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ได้จาก
(๑) พระราชบัญญัติวิชาชีพ พ.ศ.๒๕๔๗ ฉบับเต็ม จากเว็บไซต์กระทรวงพาณิชย์ (www.dbd.go.th)
(๒) สัมมนาของสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทย (www.icaat.or.th) ที่จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๗



 

ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961