บัญชีทีเบรค ความรู้ทางการบัญชีที่นำมาพูดคุยให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยนักบัญชีช่างเล่าและเข้าใจปัญหา


 
ทำบัญชีอย่างง่าย
Front Office & Back Office
เกร็ดเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม
การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ภาษีของกิจการ SMEs
การแก้ไขมาตรฐานการบัญชี
ใบกำกับภาษี (ภาษีมูลค่าเพิ่ม)
 
บทเริ่มต้น ของรายงานบัญชี
มารู้จักสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนกันดีกว่า
 


Download ตัวอย่างงบการเงิน

  งบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548
  งบการเงิน บมจ. ยงไทย
 

   
ทำบัญชีอย่างง่าย วิโรจน์ เฉลิมรัตนา
  ๑๙ ม.ค.๕๐ viroj@vas.co.th

“ในกิจการขนาดใหญ่ เช่น กิจการที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้น ความเป็นหน่วยงาน ของกิจการ ยิ่งต้องแสดงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ “รายการธุรกิจกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน” นั้นอาจบิดเบือนผลการดำเนินงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางกิจการมีเจตนาที่จะตกแต่งตัวเลข”


การนำหลักการบัญชีมาประยุกต์ใช้นั้น หลายๆคนที่เคยได้สัมผัส ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เรื่องราวของหลักการบัญชีมีรายละเอียดบางประการที่สลับซับซ้อนพอสมควร อีกทั้งมีศัพท์ทางเทคนิคที่ทำให้แม้แต่นักบัญชีเองต้องปวดหัว

ในโลกของธุรกิจในปัจจุบันนี้ ยอมรับกันว่า “การบัญชี” นั้นมีความสำคัญและเป็นส่วนงานที่สนับสนุนการก้าวไปข้างหน้าของธุรกิจ หากเปรียบกับทีมฟุตบอลแล้ว การตลาดและการขายอาจถือได้ว่าเป็นกองหน้า ในขณะที่การบัญชีเป็นเสมือนกองหลัง หรือกองกลางที่ช่วยสนับสนุนเกมบุก และอุดช่องโหว่ต่างๆให้กับทีม

อย่างไรก็ตาม ในกิจการค้าขนาดเล็ก การให้ความสำคัญกับการบัญชีในปัจจุบัน ดูเหมือนจะยังมีน้อย และมักจะมองข้าม ทำให้ส่วนใหญ่ ไม่มีการจัดหาบุคคลากรที่เกี่ยวข้องกับ “การบัญชี” มาดูแล และจัดทำบัญชีอย่างเป็นกิจจะลักษณะ หรืออาจอาศัยพนักงานธุรการซึ่งมีความรู้เกี่ยวกับเอกสารอยู่บ้างมาช่วยจัดทำให้ ซึ่งผลที่ได้ก็อาจได้รับข้อมูลที่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดบ้าง

เคยได้เห็นและได้ยินมาบ่อยๆว่า แม้บางกิจการจะให้ความสำคัญกับ “การบัญชี” และเพียรพยายามหาคนมาจัดการงานด้านนี้อยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ และมักลงท้ายด้วยการปล่อยผ่านแบบเลยตามเลย

คำถามก็คือ เจ้าของกิจการจะเริ่มต้นอย่างไรที่จะจัดการกับ “การบัญชี” ให้มีส่วนในการบริหารธุรกิจของตนเอง และใช้ประโยชน์จาก “การบัญชี” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารให้มากกว่าที่เป็นอยู่

บทความเรื่อง การทำบัญชีอย่างง่าย เป็นความพยายามที่จะเชื่อมโยงหลักการบัญชีที่มีความซับซ้อน และยุ่งยาก โดยเฉพาะบุคคลที่ไม่มีพื้นความรู้เรื่อง “การบัญชี” ให้อย่างน้อยพอเข้าใจแนวความคิดและหลักเกณฑ์ขั้นพื้นฐานของการบัญชี ซึ่งหวังว่าจะนำไปสู่การผลักดันให้มีการสร้างระบบบัญชีที่ดีและเป็นประโยชน์สำหรับกิจการในทุกระดับ

เริ่มต้นจาก การนำแม่บทการบัญชี มาประยุกต์กับแนวความคิดเกี่ยวกับการทำบัญชี โดยมองจากกิจการขนาดเล็กว่า เจ้าของกิจการจะสามารถนำ “หลักการบัญชี” มาสร้างระบบระเบียบง่ายๆบางประการในกิจการได้อย่างไร

แยกกระเป๋าส่วนตัวออกจากธุรกิจ (หลักความเป็นหน่วยงาน)
เจ้าของกิจการขนาดเล็ก มักมองเงินสดของกิจการกับเงินส่วนตัวว่าอยู่ในกระเป๋าเดียวกัน เมื่อต้องการจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัว ก็หยิบใช้จากเงินของกิจการ แน่นอน สำหรับกิจการเจ้าของคนเดียวนั้น เงินของกิจการก็คือเงินของเจ้าของนั่นเอง หากกิจการมีเงินขาดมือ เจ้าของก็จะใช้เงินส่วนตัวเติมเข้าไปเพื่อให้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เมื่อขายสินค้าได้ และเจ้าของเกิดค่าใช้จ่ายส่วนตัวขึ้น ก็จะนำเงินสดจากกิจการนั้นมาใช้ แต่ไม่ได้บันทึกรายการแยกกันไว้ให้ชัดเจนว่าเป็นเงินกู้ยืมระหว่างกิจการกับเจ้าของ ซึ่งเป็นตัวบุคคลแยกต่างหากจากกิจการ

การไม่แยกกระเป๋าส่วนตัวออกจากกิจการนั้น อาจส่งผลเสีย (อย่างน้อย) แก่กิจการในแง่การบริหารจัดการ และควบคุมเงินสด ดังต่อไปนี้

  1. ทำให้กิจการไม่สามารถวัดผลการดำเนินงานได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการเกิดขึ้นด้วย ค่าใช้จ่ายของกิจการจึงรวมเอาส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการมารวมไว้แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับกิจการ
  2. ทำให้กิจการไม่ทราบสภาพคล่องของกระแสเงินสดรับและจ่ายที่แท้จริง เนื่องจากหากเงินขาดมือ เจ้าของก็จะนำเงินส่วนตัวมาเติม และในทางตรงกันข้าม หากมีเงินสดคงเหลือที่ได้รับจากกิจการ เจ้าของก็อาจนำออกไปชำระค่าใช้จ่ายของตนเอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับรายการค้าของกิจการ
  3. ทำให้กิจการไม่ทราบขนาดของเงินทุนหมุนเวียนที่แท้จริงของกิจการ จากผลของการใช้จ่ายปะปนกัน ขนาดของทุนจดทะเบียนของกิจการจึงอาจไม่สะท้อนขนาดของเงินทุนหมุนเวียนที่แท้จริงของกิจการ เช่น บริษัทมีทุนจดทะเบียน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่เงินทุนหมุนเวียนอยู่ในเลขหลักล้าน และเจ้าของต้องคอยหมุนเงินมาใส่ในกิจการอยู่ตลอดเวลา เป็นต้น
  4. ทำให้ระบบการควบคุมเงินสดยากแก่การตรวจสอบความถูกต้อง ในบางกิจการนั้น แม้ว่าจะมีสมุดคุมเงินสดและบันทึกรายการไว้ แต่หากมีการบันทึกตกหล่นไปแล้ว ก็ยากที่จะกระทบยอดเพื่อให้มั่นใจในเรื่องความถูกต้องของตัวเลข โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

กรณีที่มีลูกจ้างที่ต้องหยิบจับเรื่องเงินอยู่ด้วย ก็อาจเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตขึ้นได้ เพราะเห็นว่ายากแก่การตรวจสอบ

การที่ต้องแยกกระเป๋าส่วนตัวออกจากกิจการนั้น ยังมีความหมายครอบคลุมไปเรื่องอื่นๆนอกเหนือจาก “เงินสด” อีกด้วย เช่น

กรณีที่เจ้าของอาจมีสินเชื่อส่วนบุคคลที่นำมาใช้ร่วมกับกิจการแล้ว จะต้องแยกประเภทเงินดังกล่าวว่า เป็น “หนี้สิน” ที่กิจการมีภาระผูกพันจะต้องคืนให้แก่เจ้าของกิจการด้วย เรียกเงินดังกล่าวว่า “เงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้น” หรือ “เงินกู้ยืมจากกรรมการ” เป็นต้น

บางกรณีเจ้าของกิจการนำสินทรัพย์ของตนมาใช้ในกิจการ สิทธิที่กิจการสามารถใช้สินทรัพย์ดังกล่าวนั้น แท้ที่จริงแล้วมีต้นทุนแฝงอยู่ หากกิจการไปเช่าสินทรัพย์ดังกล่าวจากบุคคลอื่น อุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงานนั้น บางกิจการซื้อในนามของเจ้าของ หรือในนามของอีกบริษัท ซึ่งเป็นของเจ้าของคนเดียวกัน แต่นำมาใช้ปะปนกับอีกกิจการ ก็ย่อมส่งผลให้ การบันทึกรายการบัญชีนั้น “คลาดเคลื่อน” ไปจากข้อเท็จจริง และทำให้ตัวเลขรายได้ ค่าใช้จ่าย ของกิจการนั้นๆ ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

ในหลักการบัญชีนั้น การแบ่งแยกหน่วยงานออกจากกันอย่างชัดเจน เรียกว่า “หลักความเป็นหน่วยงาน” (Entity Concept) ซึ่งหมายความว่า การบันทึกรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานนั้น หากไม่มีการแบ่งแยกหน่วยงานกันอย่างชัดเจนว่า ใครมีกรรมสิทธิในสินทรัพย์ตัวใด ใครมีภาระผูกพันต้องชำระหนี้ ตามที่ควรจะเป็นแล้ว ย่อมส่งผลให้ “งบการเงิน” ที่เป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการทำบัญชีนั้น ไม่สะท้อน “ฐานะการเงิน” และ “ผลการดำเนินงาน” ของหน่วยงานนั้นๆ

ในกิจการขนาดใหญ่ เช่น กิจการที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์นั้น ความเป็นหน่วยงาน ของกิจการ ยิ่งต้องแสดงอย่างชัดเจน ทั้งนี้ “รายการธุรกิจกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน” นั้นอาจบิดเบือนผลการดำเนินงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางกิจการมีเจตนาที่จะตกแต่งตัวเลข โดยโยกรายการค้าที่ส่งผลต่อกิจการ ให้อยู่ใน “หน่วยงาน” ที่กิจการวางแผนไว้ให้รองรับรายการธุรกิจนั้นๆ จึงไม่เป็นที่สงสัยเลยว่า หน่วยงานควบคุม ทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. จะเพ่งเล็งรายการธุรกิจกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกันเป็นพิเศษ และมักจะมีข่าวการสอบถามกิจการให้ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวกับรายการลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ เพื่อป้องกันและคุ้มครองนักลงทุนรายย่อย ซึ่งอาจไม่เข้าใจ และไม่ทราบว่ากิจการอาจตกแต่งตัวเลขทางบัญชีผ่านการบันทึกรายการกับบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งกิจการสามารถสั่งการ หรือควบคุมให้ทำรายการในลักษณะต่างๆได้

ในแง่การรายงานตัวเลขทางการเงินผ่านงบการเงินนั้น บางกิจการอาจมีหน่วยธุรกิจแยกออกไปตามวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การแยกบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจในสายการผลิตต่างๆ การจัดหน่วยธุรกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์ในแง่การบริหารงาน จึงต้องจัดทำงบการเงินรวม ซึ่งหมายถึง การนำงบการเงินย่อยๆ ของแต่ละบริษัท ที่อยู่ในโครงสร้างการถือหุ้นเดียวกัน และโดยเนื้อหาแล้ว ควรจะถือเป็นหน่วยธุรกิจเดียวกัน หากแต่รูปแบบทางกฎหมายนั้น กิจการได้แบ่งแยกหน่วยธุรกิจออกเป็นบริษัทย่อยๆ หลายบริษัท ซึ่งแต่ละบริษัท ย่อมถือเป็น “หน่วยธุรกิจ” แยกต่างหาก ดังนั้นหากมีความจำเป็นที่ผู้ใช้ข้อมูลในงบการเงินควรจะเห็นภาพรวมของหน่วยธุรกิจย่อยๆเหล่านั้นแล้ว หน่วยงานกำกับดูแลก็มักจะออกกฎเกณฑ์ให้กิจการเหล่านั้น รายงานงบการเงินรวมเพื่อให้ได้งบการเงินที่ให้ประโยชน์แก่ผู้ลงทุนอย่างแท้จริง

จะเห็นว่า หลักความเป็นหน่วยงาน นั้นถือเป็นกติกาสำคัญข้อหนึ่ง ที่หลักการบัญชีกำหนดไว้ เพื่อให้หน่วยธุรกิจแต่ละหน่วย ตั้งแต่ระดับกิจการขนาดเล็กๆ ไปจนถึงขนาดกลาง และขนาดใหญ่ (หรือแม้แต่กระเป๋าเงินส่วนบุคคล) มีขอบเขตระบุไว้อย่างชัดเจน จึงจะทำให้ผู้ใช้ประโยชน์จาก “การบัญชี” โดยเฉพาะเจ้าของกิจการได้รับทราบข้อมูลที่จะประโยชน์ต่อตนเองอย่างแท้จริง

 



ห้องสนทนา   เม้าท์ระเบิด : โลกกับธรรม : English Corner : ข่าวประชาสัมพันธ์ : BKK Blog : Work at Home : Fan Zone
เกมส์   Games Flash : Jigsaw : Hang Man : Tetris : Slider : จับคู่
รักและคิดถึง   พบเพื่อนใหม่ : E-Cards : Emotion : กลอนแทนใจ : ศาลาพักใจ : เยาวชนคนดี
สารพันบันเทิง   ฟังเพลงออนไลน์ : ภาพยนตร์ : VDO Clip : ซุบซิบดารา : สัมภาษณ์-เบื้องหลัง : เรื่องย่อละคร : ข่าวบันเทิง : ข่าวประจำวัน : ดวงประจำเดือน : ดวงประจำสัปดาห์ : มุมฟุตบอล
สารพัดความรู้   บัญชีทีเบรค : กระดูกและข้อ
ภาษาพาเพลิน   Everyday English : New Nanny : E-Dialog with Voice : รู้จักญี่ปุ่น : ท่องแดนอาทิตย์อุทัย :พี่เลี้ยงภาษาอังกฤษ
ห้องสมุด BKK   Business Letter : Song of the Week : On Khao San Road : เพลินภาษาน่ารู้ : E-Diary : ศัพท์ทันโลก : สืบสายนิยายดัง : Alphabetize : SEX : วัยรุ่น วัยดึก : นางาซากิ: นานานก : ชีวิตหลากสี : ยายวันวาน : พาชิมริมครัว : IT Audit : Chic & Trendy : Indy Zone : เกร็ดความรู้ไอที : Star Corner : New York! New York! : Did you know? : E-Dialog : เสวนาธุรกิจ
BKK Center   Hot Links : เบอร์โทรศัพท์ฉับไว : About us : ติดต่อ BKKonline : BKK Design : Site Map

สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๕๐ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗
ห้ามนำข้อมูลของเครือข่ายนี้ ไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
.......................................................................................

Copyright © 1994 Bangkok Online Co.,Ltd.
All rights reserved. Do not duplicate or redistribute in any form
ติดต่อเรา : บริษัท สยามคอนเนค จำกัด เลขที่ 40/141 หมู่11 ม.สุชา1 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. 10160
TEL : 086-335-4404, 081-924-5742 FAX : 0-2806-3921
หมายเลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ : 0108314852961